<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/index/id/234</link>
<atom:link href="https://roiet.prd.go.th/th/content/category/index/id/234" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดบูรพาภิราม ]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/62728</link>
<guid isPermaLink="false">754c5c4e9be41f3b25ef5921687b5e88</guid>
<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 10:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดบูรพาภิราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญเดิมชื่อ วัดหัวรอ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดบูรพาภิราม มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก<br />
วัดบูรพาภิรามตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เลขที่ 559 ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง อำเภอ.เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด มี เนื้อที่ทั้งหมด 29 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา วัดบูรพาภิรามเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2456 เดิมชื่อ วัดหัวรอ เนื่องจากในสมัยนั้นที่วัดแห่งนี้ ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับพักค้างแรมของพ่อค้าและประชานที่อาศัยการเดินเท้าเป็นหลัก วัดหัวรอจึงเป็นจุดเริ่มของการพักแรมในคืนแรกของการเดินทางและมักเป็นจุดนัดพบกัน ต่อมาพระอธิการหล้า อินทว์โส ได้ขยายวัดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และได้เรียกชื่อวัดใหม่ว่า &quot;วัดบูรพา&quot; เพราะว่าตั้งอยู่ในทิศตะวันออกของเมือง แต่ในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่เพื่อความเหมาะสมว่า &quot;วัดบูรพาภิราม&quot; ซึ่งใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน วัดบูรพาภิรามแห่งนี้ มีพระพุทธรูปปางประทานพร ที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2516 ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะของพระพุทธรูปเป็นแบบประทับยืนเด่นเป็นสง่ามองเห็นได้จากระยะไกล และเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวร้อยเอ็ดเป็นอย่างมาก ความสูงขององค์พระวัดจากพระบาทถึงยอดเกศสูงถึง 59 เมตร 20 เซนติเมตร และมีความสูงทั้งหมด 67 เมตร 85 เซนติเมตร และที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้ เป็นห้องพิพิธภัณฑ์จำนวน หลายห้อง นอกจากนี้หลวงพ่อใหญ่ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด และปรากฏอยู่ในคำขวัญของเมืองร้อยเอ็ดด้วย ด้านทิศ ตะวันออกของบริเวณวัดอยู่ติดกับคูรอบเมืองสมัย เก่า ซึ่งเป็นที่สร้างศาลาศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ ซึ่งชาวเมืองร้อยเอ็ดเคารพนับถือมาก นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเยือน สามารถเข้าเยี่ยมชมสักการะได้ ในเวลา 08.30-16.30 น. ของทุกวันรวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชมแต่อย่างใด<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/202112145d7d5460f2c95804b9b9fe126fcb5ccf101055.jpg' type='image/jpg' length='65999' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘กู่กาสิงห์’ หมู่บ้านชุมชนปราสาทหินทรายสมัยเจ้าชัยวรมันที่ 7 เชิญสัมผัสวิถีชีวิตบ้านนาทุ่งกุลาร้องไห้ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/62711</link>
<guid isPermaLink="false">2cb848de0b1405ba1eeb886488a898b7</guid>
<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 09:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-v-19f09fe8="" data-v-229087d8="">กู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ใน<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94">วัด</a>บูรพากู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัด<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%94">ร้อยเอ็ด</a>&nbsp;เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมแบบเขมรอีกแห่งหนึ่ง มีขนาดค่อนข้างใหญ่และยังอยู่ในสภาพดี ปัจจุบันสำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี สังกัดกรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะกู่กาสิงห์ ให้สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานของไทย กู่กาสิงห์ ประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าอีก 2 องค์ที่ขนาบข้าง และมีมุขยื่นทางด้านหน้าเป็นห้องยาว ส่วนฐานขององค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาทรายยังคงปรากฏลวดลายสลักเป็นชั้นเป็นแนว เช่น ลายกลีบบัวและลายกนก ได้ค้นพบศิวลึงค์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเทพสูงสุด (พระอิศวร) และความอุดมสมบูรณ์ตามลัทธิความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย และมีวิหารหรืออาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกว่าบรรณาลัย อยู่ทางด้านหน้าทั้งสองข้าง ทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ ถัดออกไปเป็นคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบทับหลังอีกหลายชิ้น ชิ้นหนึ่งสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว และยังพบซุ้มหน้าบันสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณท่ามกลางลายก้านขดอีกด้วย ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ที่ขนาบนั้น มีขนาดและลักษณะเดียวกัน ฐานก่อด้วยศิลาทราย ผนังก่ออิฐมีประตูเพียงด้านหน้า ภายในมีแท่นรูปเคารพวางอยู่จากลวดลายของศิลปกรรม ดังนั้น จากแบบแผนผังและโบราณวัตถุที่พบ แสดงให้เห็นว่า กู่กาสิงห์สร้างขึ้นในแบบศิลปะเขมรที่เรียกว่า &quot;แบบบาปวน&quot; ในราวช่วง พ.ศ. 1560-1630 เพื่อเป็นเทวสถานอุทิศถวายแด่พระอิศวร เทพเจ้าสูงสุดองค์หนึ่งในศาสนาพราหมณ์</p>

<h3 data-v-39be23e4="">&nbsp;</h3>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/202112145c9b261f0fd6fed00921a9e05297a698094726.jpg' type='image/jpg' length='687665' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ น้ำตกถ้ำโสดา]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/62700</link>
<guid isPermaLink="false">9c458643bdf3157230de102435f905fb</guid>
<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 09:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>น้ำตกถ้ำโสดา อยู่ใน ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ มีบริเวณของหินทรายวางสลับซับซ้อนกัน รวมทั้งมีผาหินขนาดใหญ่ บริเวณของน้ำตกถ้ำโสดา จะมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีเจดีย์หินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ&nbsp;ความสวยของ น้ำตกถ้ำโสดา สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นน้ำตกถ้ำขนาดใหญ่ สูง 50 เมตร ส่วนชื่อของ น้ำตกถ้ำโสดา นั้น มีที่มาจากเรื่องที่เล่าต่อกันมาว่า มีสองสามีภรรยา ชื่อว่า นายโส และ นางดา ทุกวันๆ ทั้งสองคนจะออกไปหาอาหารป่าบริเวณภูเขียว มีอยู่วันหนึ่งทั้งสองอยากที่จะนำเงินและทองไปใส่ในพระธาตุพนม ระหว่างการเดินทางผ่านป่าไปเจอถ้ำแห่งหนึ่ง เลยใช้เป็นที่พักแรม ต่อมาเลยใช้เป็นที่พักระหว่างออกไปหาอาหารป่าด้วย เวลาเหนื่อยล้าจึงกลับมาพักที่ถ้ำนี้ทุกวัน จนชาวบ้านเรียกบริเวณนี้กันว่า ถ้ำโสดา&nbsp;น้ำตกนี้มีความพิเศษตรงที่ว่า สามารถเดินชมได้ทั้งจากด้านหน้าและด้านในเลย เพราะด้านในจะมีบริเวณชะง่อนหินส่วนหนึ่งเว้าเข้าไปคล้ายกับถ้ำหลังม่านน้ำตก ภายในจะมีระพุทธรูปศากยมุนีโคดม ประดิษฐานไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ไปกราบขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลกัน ส่วนบริเวณด้านล่างนั้น ยังเล่นน้ำตกกันได้</p>

<ul>
	<li>ที่อยู่ : น้ำตกถ้ำโสดา ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด</li>
	<li>พิกัด :&nbsp;<a href="https://goo.gl/maps/5zK3wjiVePr1ASF7A" rel="noopener" target="_blank">https://goo.gl/maps/5zK3wjiVePr1ASF7A</a>&nbsp;</li>
	<li>เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น.</li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/2021121455c5986da9ec66749f05f24fad90857f094015.jpg' type='image/jpg' length='77983' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เจดีย์หินทราย วัดป่ากุง]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/62536</link>
<guid isPermaLink="false">4c48e6b8dc6febd8d98f9910d16c534c</guid>
<pubDate>Mon, 13 Dec 2021 14:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>เจดีย์หินทราย วัดป่ากุง&nbsp;</strong>&nbsp;หรือวัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ใน อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามเป็นมีเจดีย์ขนาดใหญ่ ทำจากหินทรายธรรมชาติแห่งแรกในประเทศไทย โดยจำลองแบบการก่อสร้างมาจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนสถานที่สวยงามและยิ่งใหญ่ องค์พระเจดีย์มีภาพแกะสลักที่วิจิตรเป็นภาพพุทธประวัติและพระเวสสันดรชาดก ซึ่งตรงกับงานประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ภายในองค์เจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่นำมาจากประเทศอินเดียให้พุทธศานิกชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชาขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล&nbsp;</p>

<p>เจดีย์หินทรายนี้ก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ&nbsp;90&nbsp;ปี พรรษา&nbsp;60&nbsp;ของพระเทพวิสุทธิมงคล &ldquo;หลวงปู่ศรี มหาวีโร&rdquo; โดยสร้างด้วยแรงศรัทธาของคณะศิษยานุศิษย์ เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสมัครสมานสามัคคี เทิดทูนความดีที่หลวงปู่ศรีได้ประพฤติปฏิบัติและทำงานแข่งกับเวลาให้สำเร็จ โดยทำงานกันทั้งกลางวันกลางคืน จะกระทั่งเสร็จภายใน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;</p>

<p>เจดีย์มีรูปทรงแปดเหลี่ยม กว้าง&nbsp;101&nbsp;เมตร ยาว101&nbsp;เมตร (กว้างxยาว ตามชื่อจังหวัด) สูง109&nbsp;เมตร แบ่งเป็น7&nbsp;ชั้น ตบแต่งด้วยหินทรายธรรมชาติ จากปากช่อง จ. นครราชสีมา&nbsp;</p>

<p>ชั้นที่ 1 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำเล่าเรื่องราวซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทานบารมี<br />
ชั้นที่ 2-3 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติพระพุทธเจ้า<br />
ชั้นที่ 4 ภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำรูปชัยมงคลคาถา<br />
ชั้นที่ 5 ผนังทรงกลมฐานรององค์เจดีย์ เป็นภาพสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน&nbsp;&nbsp;<br />
ชั้นที่ 6 เป็นองค์เจดีย์ราย 8 องค์ และองค์เจดีย์ประธาน 1 องค์ และโดยเฉพาะชั้นที่ 7 ยอดเจดีย์ทองคำ น้ำหนักถึง 101 บาท</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/20211213f0883b5753226ff628b00b3afa29afd9142436.jpg' type='image/jpg' length='134530' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หอโหวด 101 แลนด์มาร์ค จ.ร้อยเอ็ด]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/62524</link>
<guid isPermaLink="false">df6abb946b5426bbb6b7a4513800f12a</guid>
<pubDate>Mon, 13 Dec 2021 14:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หอโหวด 101 แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ ร้อยเอ็ด นี้ ตั้งอยู่ที่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ถนนสุริยเดชบำรุง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด มีความสูงกว่า 101 เมตร หรือเท่ากับอาคารสูงกว่า 33 ชั้นค่ะ ฐานด้านล่างกว้าง 30 เมตร ยอดโหวดกว้าง 20 เมตร รวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 3,621 ตารางเมตร<br />
ภายในอาคารก็จะมีทั้ง ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่างๆ รวมไปถึง ภัตตาคาร พิพิธภัณฑ์เมืองร้อยเอ็ด และ จุดชมวิวที่เปิดโล่ง ไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวชมความสวยงามของเมืองร้อยเอ็ดได้แบบ 360 องศา</p>

<ul>
	<li>ที่อยู่ : หอโหวด 101 ถนนสุริยเดชบำรุง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด</li>
	<li>พิกัด :&nbsp;<a href="https://goo.gl/maps/CAzavGmudppdijzT9" rel="noopener" target="_blank">https://goo.gl/maps/CAzavGmudppdijzT9</a>&nbsp;</li>
	<li>เปิดให้เข้าชม : กำหนดการเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2563</li>
	<li>โทร : 0-4351-1222</li>
	<li>เว็บไซต์ :&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/RoiEtTower/">https://www.facebook.com/RoiEtTower/</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/20211213a43683d33b40f413228d54e3c6ed4a2f140924.jpg' type='image/jpg' length='182065' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ร้อยเอ็ด]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/62385</link>
<guid isPermaLink="false">9c471b478d607027a81de23072794c3d</guid>
<pubDate>Mon, 13 Dec 2021 10:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วรารามตำบลผาน้ำย้อยอำเภอหนองพอกจังหวัดร้อยเอ็ด มีลักษณะ เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสม กันระหว่างพระปฐมเจดีย์ และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย &ldquo;พระอาจารย์ศรี มหาวิโร&rdquo; ซึ่งเป็นศิษย์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ออกแบบโดยกรมศิลปากรเป็นสีขาวตกแต่งลวดลาย ตระการตาด้วยสีทอง เหลือง อร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำ เป็น 109เ มตร ใช้ทองคำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหา เจดีย์เหมือนอยู่บน วิมานแดนสวรรค์<br />
การเดินทางไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคล<br />
1.รถส่วนตัว<br />
จากตัวเมืองร้อยเอ็ด นั้นใช้เส้นทาง ร้อยเอ็ด - โพนทอง &ndash; หนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงอำเภอหนองพอกต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวไปอีก 5 กม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ชัยมงคลสถานที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล<br />
2.รถประจำทาง<br />
สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ สายที่ผ่านอำเภอหนองพอก จะเป็น กรุงเทพฯ-มุกดาหาร ถ้าเป็นกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด จะถึงแค่อำเภอเมือง จากนั้นเหมารถสองแถวท้องถิ่นในอำเภอเพื่อเดินทางไปยังวัดมหาเจดีย์ชัยมงคล<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/20211213a43683d33b40f413228d54e3c6ed4a2f105402.jpg' type='image/jpg' length='281100' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/3481</link>
<guid isPermaLink="false">ceb1ba475d4fdea24a0969a621f302d7</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 11:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://roiet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/202011165326c56be21e9601435bada5b8e6e996111733.jpg' type='image/jpg' length='28113' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/3487</link>
<guid isPermaLink="false">82ffb2159086a14d60d96a0e6f7d7ad0</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 11:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://roiet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/20201116c3143332a76c328684fa10ebf44848d9112133.jpg' type='image/jpg' length='32280' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/3488</link>
<guid isPermaLink="false">7592790be7c04c83c18db2b394a297c0</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 11:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://roiet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/2020111633b3146d05a5bcafbd3010f1a5dc99c9112115.jpg' type='image/jpg' length='32554' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/234/iid/3489</link>
<guid isPermaLink="false">32023b66b5cf28554155101fa67c9d46</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 11:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://roiet.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://roiet.prd.go.th/th/file/get/file/20201116646d4416e227738ca88fcc6f77519889112036.jpg' type='image/jpg' length='30597' />
</item>
</channel>
</rss>
